2007/Jun/29

บทวิเคราะห์ภาพยนตร์เรื่อง Curse of the golden flower ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง

เรื่องย่อ

จีน ราชวงศ์ถังตอนปลาย ศตวรรษที่ 10

ความขัดแย้งเริ่มต้นที่บรรดาเชื้อพระวงศ์กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฉงหยาง ซึ่งเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อเคารพครอบครัว บรรพบุรุษและเพื่อให้พ้นจากเคราะห์ภัยทั้งปวง ซึ่งภายในพระราชวัง องค์ฮองเฮา (กงลี่) องค์ชายยู (ฉินจุนเจีย) พระโอรสองค์สุดท้องและหวัน องค์ชายรัชทายาท (หลิวเหย่) ผู้เป็นพระโอรสเลี้ยงของพระนาง ต่างเฝ้ารอการเสด็จกลับของฮ่องเต้ (โจวเหวินฟะ) และองค์ชายเจี๋ย (เจย์ โชว) พระโอรสองค์กลางผู้กรำศึกมานาน เป็นผู้นำทัพไปปกป้องชายแดนทางเหนือ และองค์ฮ่องเต้ก็ทรงประทับม้าออกไปต้อนรับองค์ชายด้วยพระองค์เองซึ่งใจจิตใจของฮ่องเต้เองแล้ว ฮ่องเต้ทรงรักและภูมิใจกับความสำเร็จด้านการทหารขององค์ชายเจี๋ยแต่ก็รู้สึกเคลือบแคลงในความทะเยอทะยานขององค์ชาย พระองค์จึงได้เตือนองค์ชายไม่ให้คิดแย่งชิงอำนาจไปจากพระองค์
ข้าราชบริพาร นางกำนัลและขันทีภายในพระราชวังต่างก็เคลื่อนไหวไปมาด้วยความมีระเบียบวินัย เหล่าเชื้อพระวงศ์มักจะได้รับการดูแล ปรนนิบัติจากคนรับใช้เสมอ ซึ่งคำพูดและการกระทำทุกอย่างของพวกเขาก็จะถูกจำกัดโดยประเพณีที่เคร่งครัด ซึ่งในระยะเวลากว่า10ปีที่ผ่านมา ฮองเฮาที่กำลังเจ็บป่วยเป็นโรคโลหิตจาง ต้องเสวยยาสมุนไพรสีดำเข้มที่ เฉิน ลูกสาวของหมอหลวงเจียง ใส่ถ้วยถวาย ทุกวัน วันละหลายครั้ง เมื่อหมอหลวงอธิบายให้เฉินฟังว่า หญ้าอีกาดำนี้จะออกฤทธิ์ทำลายประสาททั้งระบบกับฮองเฮา เธอก็กลัวขึ้นมาแต่เธอก็ยังคงทำหน้าที่นำยาไปให้ฮองเฮาเสวยไม่ได้ขาด เมื่อสมาชิกราชวงศ์ทั้งห้ามารวมตัวกันในคืนก่อนเทศกาลฉงหยาง ความขัดแย้งระหว่างพวกเขาทั้งหมดก็เกิดขึ้น ทั้งความขัดแย้งระหว่างองค์ชายยูกับองค์รัชทายาท ฮ่องเต้กับฮองเฮา เป็นต้น ก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ฮ่องเต้ปะทะกับฮองเฮาต่อหน้าเหล่าองค์ชาย ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง ทหารนับพันในชุดเกราะสีทอง ได้เข้าจู่โจมพระราชวัง โดยแต่ละนายมีสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศเป็นผ้าปิดหน้า พวกเขาสังหารเหล่าขันทีและทหารในวังจนหมด แต่ฮ่องเต้ทรงเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีอยู่แล้ว กลุ่มกบฏดอกเบญจมาศที่เหลืออยู่ ทั้งพวกทหารและข้าราชสำนัก ต่างถูกประหารโดยมีฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จทอดพระเนตร จัตุรัสกลางพระราชวังเกลื่อนไปด้วยซากศพและกลีบดอกเบญจมาศโชกชุ่มเลือดที่ถูกเหยียบย่ำ เหล่าขันทีต่างวิ่งวุ่นเก็บกวาดหลักฐานของการประจัญหน้าที่เกิดขึ้น จนกระทั่งทุกอย่างกลับมางดงาม อลังการเช่นเคย มีการนำกระถางดอกเบญจมาศงมาเปลี่ยนใหม่ ขบวนนักดนตรี ทหารและข้าราชบริพารเริ่มพิธีเฉลิมฉลองตามธรรมเนียม ดอกไม้ไฟสว่างไสวบนฟากฟ้าเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ความเข้าใจและความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัว

1. ฮ่องเต้ มีอำนาจและความแข็งแกร่งอยู่ในตัว ซึ่งเป็นเสมือนผู้บัญชาการที่มีความเป็นเผด็จการอย่างมากคล้ายๆกับบ้าอำนาจ ฮ่องเต้สามารถชี้เป็นชี้ตายได้เหมือนกฎหมายและเป็นเจ้าของผู้ครอบครองทุกสิ่งในแผ่นดิน ดังนั้นประโยคที่ว่า เมื่อข้าไม่ให้ ใครก็อย่าคิดแย่ง ก็สะท้อนสนับสนุนแนวคิดนี้เป็นอย่างดี ฮ่องเต้ยึดถือความเคร่งครัดในระเบียบและวินัย ยึดมั่นในความมั่นคงของเส้นบรรทัดฐาน ซึ่งความรู้สึกของฮ่องเต้นั้นมีเพียงแค่ต้องการอนุรักษ์กรอบวินัยนี้เอาไว้ให้นานเท่านาน เพื่อตอกย้ำว่าตนยังควบคุมทุกอย่างในแผ่นดินนี้อยู่เท่านั้น

2.ฮองเฮา เป็นตัวดำเนินเรื่อง ซึ่งฮองเฮาเป็นสตรีที่มีจิตใจแข็งแกร่งมาก ไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจของใคร แต่ก็ต้องตกอยู่ภายใต้กรอบที่องค์ฮ่องเต้เป็นคนบัญญัติ ทั้งการที่ต้องกินยาตรงเวลาโดยที่ไม่อาจขัดขืนได้ การที่ต้องฟังคำสั่งจากฮ่องเต้ทุกๆอย่างโดยไม่สามารถเถียงได้ ซึ่งความรู้สึกและความต้องการที่แท้จริงของฮองเฮาก็คือ ต้องการปลดแอกตัวเองให้หลุดออกจากกรอบแห่งวินัยที่ฮ่องเต้ได้กำหนด และสามารถใช้ชีวิตอิสระโดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ

3.องค์ชายรัชทายาทเหยียนเสียง คล้ายๆกับว่าเป็นบุคคลที่ทั้งฮ่องเต้และฮองเฮารักมากที่สุดเพราะเป็นรัชทายาทและยังมีความสัมพันธ์ลับๆกับฮองเฮา แต่ในความเป็นจริงแล้ว เหยียนเสียงเป็นองค์ชายที่อ่อนแอทั้งทางกำลังและจิตใจ ไม่มีความกล้าในการตัดสินใจสิ่งต่างๆ จนฮ่องเต้จะถอดออกจากรัชทายาท แต่ก็เกิดเรื่องเสียก่อน ซึ่งความรู้สึกของเหยียนเสียงมีเพียงแค่ ต้องการหนีออกไปจากกรอบของระบบราชวงศ์นี้เพื่อไขว่คว้ารสชาติของอิสรภาพเยี่ยงปุถุชน โดยเฉพาะอิสรภาพแห่งความรัก

4.องค์ชายรองเหยียนเจี๋ย ถูกส่งตัวไปอยู่ชายแดนนาน 3 ปี ด้วยคำสั่งของฮ่องเต้ เป็นคนที่มีความสามารถในการรบ มีความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นคนที่ฮ่องเต้กลัวว่าจะมาแย่งราชบัลลังก์ซึ่งก็เป็นความจริง ซึ่งในเรื่องนี้เหยียนเจี๋ยเป็นเพียงคนเดียวที่ความต้องการของตนเองไม่ได้เป็นไปเพื่อตนเอง แต่เป็นไปเพื่อผู้อื่นซึ่งก็คือมารดาของเขา โดยเหยียนเจี๋ยมีความรู้สึกว่า ตนเองไม่ได้ต้องการราชบัลลังก์เพียงแต่ต้องการให้ฮองเฮาเป็นอิสระจากการถูกบังคับให้เสวยยาขมมาเป็นเวลานับสิบปีเท่านั้น

5.องค์ชายเล็กเหยียนเฉิน เป็นน้องคนสุดท้องที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนและให้ความสนใจ เพราะฮ่องเต้อาจจะเห็นว่าเหยียนเฉินยังเป็นเด็ก และยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร ซึ่งจากสาเหตุนี้เอง ที่ทำให้เหยียนเฉินมีความรู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้รับการดูแลและให้ความสนใจ ทำให้เป็นเด็กมีปัญหาและต้องการเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีการต่างๆนานา

6.หมอหลวงเจียง เป็นบุคคลที่น่ายกย่องและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน ซึ่งในความรู้สึกของหมอหลวงนั้น ตนเองมีแต่ความจงรักภักดีต่อฮ่องเต้มากโดยไม่ได้เคลือบแคลงสงสัยว่า ตนเองกำลังมีภัยโดยมีฮ่องเต้เป็นผู้สั่งให้ทหารตามไปฆ่าล้างครอบครัวของตนเอง

7.ฮูหยินหมอหลวง เป็นคนตรงและซื่อสัตย์จนอาจถึงขั้นขวานผ่าซากในหลาย ๆ พฤติกรรม ฮูหยินเคยเป็นคู่รักของฮ่องเต้ และยังเป็นมารดาขององค์ชายรัชทายาทอีกด้วยแต่ฮูหยินเก็บเอาไว้เป็นความลับไม่บอกใคร ซึ่งความรู้สึกของฮูหยินก็คือ ต้องการรับใช้ฮองเฮาเพื่อแก้แค้นฮ่องเต้เพราะสภาพของฮองเฮาไม่แตกต่างจากอดีตของตัวฮูหยิน

ความรู้สึกของข้าพเจ้าที่มีต่อตัวละคร

1.ฮ่องเต้ ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่า ฮ่องเต้เป็นบุคคลที่มีทั้งความแข็งแกร่งและความอ่อนแออยู่ในตัว ซึ่งฮ่องเต้เป็นคนที่เคร่งครัดจนถึงบ้าในเรื่องของระเบียบวินัยเป็นอย่างมาก จนดูเหมือนว่าเป็นเผด็จการ แต่ในอีกด้านนึง ฮ่องเต้ก็ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว เพราะไม่มีใครสามารถอยู่เคียงข้างได้

2.ฮองเฮา ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่า ฮองเฮาเป็นตัวแทนสตรีที่มีความเข้มแข็งเป็นอย่างมาก เป็นคนที่มีอัตตาสูง อยากทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ และน่าสงสารเพระต้องถูกบังคับกินยาตั้งหลายสิบปี แต่ฮองเฮาก็ได้ทำผิดไว้ 2 อย่าง คือ การลักลอบมีความสัมพันธ์กับรัชทายาทและการเปิดเผยว่ารัชทายาทเป็นลูกของฮูหยินหมอหลวง ซึ่งไม่ควรทำ

3.องค์รัชทายาท ข้าพเจ้าคิดว่า องค์รัชทายาทเป็นบุคคลที่อ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง ชอบหนีปัญหาและคิดถึงแต่ตนเอง อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์กับฮองเฮาและเสี่ยวฉาน ซึ่งไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

4.เหยียนเจี๋ย เป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ดังจะเห็นได้ว่าเขามีความคิดที่ขัดแย้งกับองค์ชายคนอื่นหรือแม้กระทั่งกับฮ่องเต้เพื่อมารดาของเขา เหยียนเจี๋ยเป็นคนที่มีความกตัญญูไม่ชอบการกดขี่ข่มเหงจึงก่อการปฏิวัติ

5.เหยียนเฉิน เพราะเกิดมาในตระกูลที่มั่งคั่งและไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร อีกทั้งยังอิจฉาพี่ๆ ทำให้เหยียนเฉินเป็นเด็กมีปัญหา จึงต้องเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นๆ ด้วยการฆ่าพี่ชายและพยายามปฏิวัติ

6.ครอบครัวหมอหลวง ข้าพเจ้าคิดว่า หมอหลวงเป็นคนที่รักครอบครัวมากจนสละชีวิตเพื่อปกป้องคนในครอบครัว ส่วนฮูหยินเป็นคนตรงไปตรงมาแต่ไม่มีความอดกลั้น และเป็นคนที่รักครอบครัวมาก

นายดำรงศักดิ์ นกวิเชียร

รหัส 4819262




edit @ 2007/07/01 12:05:53
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha:  คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home